รายงานการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
กองนโยบายและแผน
1. ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการ ในขั้นตอนของการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดังนี้
          1.1 พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ. ....
          1.2 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ....
          1.3 พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ....
          1.4 พระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ....
2. การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

          จากการศึกษาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญของร่างข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การจัดตั้งกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีความเชื่อมโยงกับการดำเนินการของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
2.1 พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ. ....
ข้อกฎหมาย
ความเชื่อมโยงกับ มจษ.
เหตุผล
          เพื่อให้มีส่วนราชการรับผิดชอบภารกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยที่ผสมผสานองค์ ความรู้ในศาสตร์ทุกแขนง เพื่อสรรสร้างนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษามีความ เป็นอิสระในทางวิชาการและมีความคล่องตัวในการ บริหารจัดการ วางแผน ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย และการสรรสร้างนวัตกรรมที่ สอดคล้องกับความ ต้องการของประเทศ พัฒนาโครงสร้างทางนิเวศน์ที่ เหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่การอุดมศึกษา การวิจัย และการสรรสร้างนวัตกรรม

 

มีความเป็นอิสระในทางวิชาการและมีความคล่องตัวใน การบริหารจัดการ มีโครงสร้างทางนิเวศน์ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัย และสรรสร้าง นวัตกรรมสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
          ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็น (6/1) ของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 “(6/1) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม”
ชื่อกระทรวงใหม่ สังกัดกระทรวงใหม่
          มาตรา 17/1 กระทรวงการ อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มีอนาจหน้าที่ เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และกกับการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้าง นวัตกรรมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ฯ
อยู่ภายใต้การส่งเสริม สนับสนุน และกกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมให้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของโลก
          “มาตรา 40 กระทรวงศึกษาธิการมีอนาจหน้าที่ เกี่ยวกับการส่งเสริมและกกับดูแลการศึกษาทุกระดับ และทุกประเภทและการอาชีวศึกษาแต่ไม่รวมถึง การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่อยู่ในอนาจหน้าที่ของ กระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกหนดไว้เป็นการเฉพาะ ฯ”
ขาดจาก การส่งเสริมและกกับดูแลการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ
          มาตรา 16/1 ให้โอนบรรดา อนาจ หน้าที่ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีของ สนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการฯ ไปเป็น อนาจ หน้าที่ ของ สนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมฯ
          มาตรา 16/2 ให้โอน บรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพันฯ ตามมาตรา 16/1 ไปเป็นของสนักงาน ปลัดกระทรวง กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
นาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สินฯ ของ สกอ. เปลี่ยนเป็น ของสนักงานปลัดกระทรวงฯ ความเชื่อมโยงของ มจษ . กับ สกอ. ในอดีตและอนาคต จะขึ้นกับสนักงานปลักระทรวงฯ 
          มาตรา 22/1 ให้โอนบรรดาอนาจหน้าที่ที่ เกี่ยวกับการปฏิบัติฯ ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในส่วนที่เกี่ยวกับสนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษาไปเป็นอนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตกรรม
นาจหน้าที่ที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ เกี่ยวข้อง เปลี่ยนเป็นอนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ  ความเชื่อมโยงของ มจษ. กับ รมต. กระทรวงศึกษาที่การในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในอดีตและ อนาคต จะขึ้นกับ รมต. กระทรวงฯ ใหม่
          มาตรา 24 ในวาระเริ่มแรก ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตกรรม มีส่วน ราชการดังต่อไปนี้ ฯ
          (5) ให้สนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเป็นสนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวตกรรม มีส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่ง ส่วนราชการสนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยอนุโลมจนกว่าจะมีการแบ่งส่วนราชการใหม่ 
ช่วงของการเปลี่ยนผ่านยังคงขึ้นกับ สนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา จนกว่าจะมีการแบ่งส่วน ราชการใหม่
2.2 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ....
ข้อกฎหมาย
ความเชื่อมโยงกับ มจษ.
เหตุผล

          เพื่อกหนดขอบเขต อนาจหน้าที่ของกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ชัดเจน และจัดระบบบริหารราชการให้มีเอกภาพและมี ประสิทธิภาพฯ

 

มจษ. เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
          มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 เฉพาะใน ส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการการอุดมศึกษาฯ 
การดเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการการอุดมศึกษาฯ ยกเลิกเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้
          มาตรา 5 ให้นกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการศึกษา แห่งชาติ มาใช้บังคับแก่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยอนุโลม เว้นแต่ในพระราชบัญญัตินี้จะบัญญัติไว้ เป็นอย่างอื่น
กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและ กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มีผลบังคับใช้ต่อไป
          มาตรา 8 กระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
    (1) สนักงานรัฐมนตรี
    (2) สนักงานปลัดกระทรวง
    (3) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ส่วนราชการ (3) มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีระเบียบ บริหารราชการตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้น
พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ใช้เป็นระเบียบ บริหารราชการตามกฎหมาย ต่อไปจนกว่าจะมีการ เปลี่ยนแปลงกฎหมาย
          มาตรา 10 และมาตรา 11 กหนดอนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรงฯ บริหารงานทั่วไป และ (7) เสนอจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุง และเลิก สถาบันอุดมศึกษาของรัฐฯ (9) เสนอแนะให้สภาสถาบันฯ ดเนินการตามหลักการอุดมศึกษาฯ (10) วินิจฉัยสั่งการเพื่อยับยั้งหรือยุติการดเนินการของ สถาบันอุดมศึกษาฯ โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการการอุดมศึกษา
          การใช้อนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีฯ ให้คนึงถึงความเป็นอิสระ ประเภท และสถานภาพของแต่ละ สถาบันอุดมศึกษา
รมต. และคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีอนาจหน้าที่ ตามกฎหมายในการส่งเสริม สนับสนุนและกกับการ ดเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา
          มาตรา 14 อนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงฯ และคุณสมบัติของผู้ดรงตแหน่งปลัดกระทรวงฯ 
คูรสมบัติของปลัดกระทรวงฯ เป็นหรือเคยเป็น อธิการบดี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ เป็นหรือเคยเป็นรอง อธิการบดี คณบดี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ที่มี ประสบการณ์ด้านการบริหารงานในระดับสูงในสนักงาน ปลัดกระทรวงฯ มีคุณสมบัติเป็นปลัดกระทรวงฯ 
          มาตรา 15 หน้าที่สนักงานปลัดกระทรวงการ อุดมศึกษาฯ นอกจาหน้าที่โดยทั่วไปแล้ว ยังมีหน้าที่ ประสานและส่งเสริมความร่วมมือในการดเนินงาน ร่วมกับ ทปอ. ทปอ.มรภ. ทปอ.มทร. และสมาคม สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย จัดทฐานข้อมูลการอุดมศึกษา ทแผนและฐานข้อมูลการ ผลิตบัณฑิตฯ จัดสรรทุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษา บริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ฯลฯ 
ประสานความร่วมมือในการดเนินงานและการจัดทฐานข้อมูลกับสนักงานปลัดกระทรวงฯ ซึ่งจะแทนที่ สกอ.
          มาตรา 16 ระเบียบปฏิบัติราชการหรือระเบียบ ปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่า ด้วยการนั้น 
ใช้ระเบียบปฏิบัติราชการหรือระเบียบปฏิบัติงานของ มจษ. ในการดเนินงานต่อไป    จนกว่าจะมีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายของสถาบันฯ
          มาตรา 18 กระทรวงการอุดมศึกษาฯ อาจขอให้สภา วิชาชีพถือว่าหลักสูตรใดของสถาบันอุดมศึกษาฯ ที่ ผ่านความเห็นชอบของกระทรวงแล้วย่อมได้รับการ รับรองโดยปริยายจากสภาวิชาชีพนั้น
หลักสูตรอาจได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพโดยปริยาย หากกระทรวงฯ เห็นชอบและสภาวิชาชีพยินยอม
           มาตรา 26 รมต. มีหน้าที่กกับดูแลโดยทั่วไปซึ่ง กิจการของสถาบันอุดมศึกษาฯ ในกรณีที่มีปัญหาใน การดเนินกิจการของสถาบันอุดมศึกษาฯ ให้ รมต. แจ้งสภาสถาบันดเนินการแก้ไข หากสภาไม่ ดเนินการหรือดเนินล่าช้าเกินสมควร หรือไม่ สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ รมต. ขอความเห็นชอบการ ดเนินการแก้ไขจากคณะรัฐมนตรี 
รมต. กกับสถาบันอุดมศึกษาผ่านสภาสถาบันอุดมศึกษา และเสนอให้คณะ รมต . พิจารณาสั่งการการดเนินงาน ยุติการดเนินงานของสถาบันฯ
2.3 พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ....
ข้อกฎหมาย
ความเชื่อมโยงกับ มจษ.
เหตุผล
          เพื่อกหนดหลักการในการจัดการอุดมศึกษาที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริม สนับสนุน และกกับดูแลการจัดการการอุดมศึกษาอย่างมีเอกภาพ หลักการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาให้มีความ เหมาะสมและตอบสนองต่อความหลากหลายขอสถาบันอุดมศึกษาเพื่อให้ การจัดการการอุดมศึกษาและพัฒนาคุณภาพบุคลากรของประเทศให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสคัญใน การส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้าน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาล และสามารถเป็นกลังสคัญต่อการสร้าง นวัตกรรมใหม่ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายฯ 
 
ปรับบทบาทในการขับเคลื่อน ประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล และสามารถเป็นกลังสคัญต่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่กลุ่ม อุตสาหกรรมเปาหมายฯ
          มาตรา 4 การอุดมศึกษา หมายความว่าการศึกษาในระดับสูงกว่าการศึกษา ขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างองค์ความรู้ ผลิตและพัฒนากลังคนในด้านวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
มุ่งเน้นการดเนินการตามนิยาม การ อุดมศึกษา
          มาตรา 6 การจัดการอุดมศึกษาต้อง พัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความ เชี่ยวชาญฯ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันระดับโลก พัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ ทักษะที่จเป็นฯ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาชาติ และ แผนการอุดมศึกษา และต้องเชื่อมโยงกับการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าฯ สร้างทักษะในการประกอบการอาชีพของบคคลและการศึกษาตลอดชีวิต
จัดอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาชาติ และแผนการอุดมศึกษา และต้องเชื่อมโยงกับ การศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าฯ สร้าง ทักษะในการประกอบการอาชีพของบคคลและการศึกษาตลอดชีวิต
 
          มาตรา 7 รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาให้ เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการและความจเป็นของสถาบันอุดมศึกษาฯ สถาบันอุดมศึกษาพึงจัดสรรงบประมาณเงินรายได้ของ สถาบันอุดมศึกษานั้นเพื่อบริหารงานสถาบันอุดมศึกษาอย่างมี ประสิทธิภาพรวมถึงการพัฒนาคุณภาพของการผลิตบัณฑิตและการวิจัย และนวัตกรรม
ปรับระบการจัดสรร การบริหารงบประมาณ เพื่อบริหารงาน สถาบันอุดมศึกษาอย่างมี ประสิทธิภาพรวมถึงการพัฒนา คุณภาพของการผลิตบัณฑิตและการ วิจัยและนวัตกรรม
          มาตรา 8 มาตรา 9 หลักสคัญของการจัดการอุดมศึกษาคือ (1) หลักความ รับผิดชอบต่อสังคม (2) หลักเสรีภาพทางวิชาการ (3) หลักความเป็นอิสระ (4) หลักความเสมอภาค (5) หลักธรรมาภิบาล รมต.กหนดแนวปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว ให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งเปิดเผยผล การดเนินการตามแนวปฏิบัติให้ประชาชนทราบเป็นระยะ
ใช้หลักการจัดการอุดมศึกษา ตามที่กหนดในกฎหมายเพื่อการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา
          มาตรา 10 ชุมชน สังคม มีสิทธิติดตามและตรวจสอบสถาบันอุดมศึกษา ตามหลักเกณฑ์ฯ ที่ รมต. ประกาศ กหนด
ปรับตัวเพื่อรับการติดตามตรวจสอบ โดยชุมชน และสังคม
          มาตรา 11 สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา จัดให้มี การวิจัย และการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อการ พัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ ให้บริการทางวิชาการหรือทางอื่นใด อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติโดยรวม และ เผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการในเรื่องต่าง ๆ ต่อสาธารณะ สถาบันอุดมศึกษาต้องจัดวิชาบังคับในหลักสูตรเพื่อให้นิสิตหรือนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมใน การพัฒนาชุมชน สังคมชนบท และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อสร้าง สนึกรับผิดชอบฯ
มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชน สังคม และ ประเทศชาติโดยรวม ต้องจัดวิชาบังคับในหลักสูตรเพื่อให้นิสิตหรือ นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ของสถาบันอุดมศึกษาได้เข้าถึงและมี ส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สังคม ชนบท และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง สังคม เพื่อสร้างสนึกรับผิดชอบฯ
 
          มาตรา 12 บุคลากรสายวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาย่อมมีเสรีภาพทาง วิชาการ เสรีภาพในการสอน และการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการตาม หลักวิชาการ
ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ ของบุคลากรสายวิชาการใน การมี เสรีภาพในทางวิชาการอย่าง เหมาะสม
          มาตรา 13 การแสดงความคิดเห็นทางวิชาการฯ ย่อมได้รับความคุ้มครองฯ
เตรียม การเพื่อวางระบบคุ้มครอง เสรีภาพทางวิชาการ
          มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 หลักความเป็นอิสระ สถาบันอุดมศึกษา บริหารตามกฎหมายจัดตั้งสถาบัน การกกับสถาบันอุดมศึกษาทได้เท่าที่ จเป็น ที่กหนดในกฎมายฯ การบริหารต้องไม่ถูกครอบงจาก องค์กร ทางการเมือง กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มอิทธิพลอื่น
บริหารตามกฎหมายจัดตั้งสถาบัน  ต้องไม่ถูกครอบงจากองค์กรทาง การเมือง กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่ม อิทธิพลอื่น
          มาตรา 22 สถาบันอุดมศึกษาต้องกหนดพันธกิจที่มีต่อนิสิตและนักศึกษา ต่อสังคม และต่อประเทศโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม และเผยแพร่ต่อ สาธารณะฯ 
สร้างความชัดเจนในการกหนดพันธ กิจที่มีต่อนิสิตและนักศึกษา ต่อ สังคม และต่อประเทศโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม และเผยแพร่ต่อ สาธารณะฯ
          มาตรา 23 สถาบันอุดมศึกษาต้องเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการ ดเนินงานของสถาบันฯ แก่สาธารณะ ฯ
ต้องเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผล การดเนินงานของสถาบันฯ
          มาตรา 24 การกหนดประเภทของสถาบันอุดมศึกษา ให้ รมต.ประกาศ กหนดกลุ่มยุทธศาสตร์ของสถาบันโดยแบ่งตามพันธกิจ ศักยภาพ คุณภาพ หรือจุดมุ่งหมายของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุน ส่งเสริม ประเมินคุณภาพ ควบคุม หรือกับดูแลฯ 
ต้องกหนดกลุ่มยุทธศาสตร์ของ สถาบันอย่างชัดเจน และมุ่ง เป้าหมายการดเนินงานตาม ยุทธศาสตร์ที่กหนด
          มาตรา 25 รัฐพึงสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการฯ เปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกกับของรัฐ ทั้งี้ตามเจตนารมณ์ ของสถาบันอุดมศึกษานั้น
เตรียมการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็น มหาวิทยาลัยในกกับ
          มาตรา 26 ให้มีคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สนับสนุน นายกสภาสถาบัน และผู้ เคยดรงตแหน่งอธิการบดี เพื่อเป็น คณะกรรมการการอุดมศึกษา
          มาตรา 29 หน้าที่และอนาจของคณะกรรมการการอุดมศึกษา การใช้ อนาจของคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้คนึงถึงความเป็นอิสระ ความ หลากหลายและสถานภาพของแต่ละสาขาวิชาและแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ด้วย
มีส่วนในการเสนอความเห็น ให้ ข้อมูล ต่อคณะกรรมการการ อุดมศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ การบริหารการอุดมศึกษา 
          มาตรา 30 การกหนดหน่วยงานทหน้าที่ตรวจประเมินคุณภาพภายนอกฯ การประเมินคุณภาพภายนอกจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับให้ถือว่า การประเมินดังกล่าวเป็นการประเมินตามที่กฎหมายกหนด ให้เผยแพร่ผล การประเมินต่อสาธารณชนฯ
 
เตรียมการรับการตรวจประเมิน คุณภาพจากหน่วยงานที่ได้รับการ ยอมรับ
          มาตรา 34 ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้แทนของที่ประชุม ทปอ. ทปอ.มรภ. ทปอ.มทร. และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
มีส่วนในการเสนอความเห็นผ่าน ทปอ.มรภ. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
          มาตรา 35 ในกรณีที่ที่ประชุม ทปอ. ทปอ.มรภ. ทปอ.มทร. และสมาคม สถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ เห็นว่าการ ใช้อนาจของคณะกรรมการการ อุดมศึกษาไม่ถูกต้องฯ อาจเสนอความเห็นฯ เพื่อให้ทบทวนการใช้อนาจ ได้
เสนอความเห็นผ่าน ทปอ.มรภ. เกี่ยวกับการใช้อนาจของ คณะกรรมการการอุดมศึกษา
          มาตรา 37 หน้าที่และอนาจของสถาบันอุดมศึกษา คือจัดการศึกษา การ วิจัยและสร้างนวัตกรรม การบริการวิชาการแก่สังคม การทนุบรุง ศิลปวัฒนธรรม และมีอนาจและหน้าที่ื่นตามที่กฎหมายกหนด การ ดเนินการตามอนาจหน้า ที่ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ฯลฯ การส่งเสริม ให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ให้กับประเทศ การพัฒนา กลังคนของประเทศ และการจัดการศึกษาตลอดชีวิตฯ
เพิ่มบทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ในการส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการ รายใหม่ให้กับประเทศ การพัฒนา กลังคนของประเทศ และการจัด การศึกษาตลอดชีวิต ฯ
          มาตรา 38 สถาบันอุดมศึกษาต้องดเนินการให้คณาจารย์และบุคลากร มี ความรู้เท่าทันความก้าวหน้าทางวิชาการในโลก พัฒนาการเรียนการสอน การวิจัยให้ทันสมัยสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางวิชาการ ความ เปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม และส่งเสริมและสนับสนุนการ ผลิตผลงาน ทางวิชาการในระดับชาติและระดับนานาชาติ
ระบบการบริหารและการพัฒนา บุคคลากรในสถาบันอุดมศึกษาต้อง ตอบสนองตามเจตนารมณ์ที่ กฎหมายกหนด
          มาตรา 38 จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพของบุคคล พัฒนาวิชาชีพหรือทักษะอาชีวะชั้นสูง และการ ค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเพื่อพัฒนาสังคม
          สถาบันอุดมศึกษาจัดหลักสูตรหรือการเรียนการสอนในรูปแบบของ ประกาศนียบัตร การศึกษาแบบไม่รับปริญญา การศึกษานอกเวลางาน หรือการอบรมระยะสั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะการทงานของ บุคคลในทุกช่วงวัย รวมถึงการจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษาตลอดชีวิต  การจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นหารายได้ให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเป็นหลักจะ กระทมิได้ ฯ กกอ. อาจมีคั่งให้แก้ไขหรือยุติการกระทดังกล่าวได้
ปรับหลักสูตร กระบวนการเรียนการ สอนให้สอดคล้องตามที่กฎหมาย กหนด ไม่ดเนินการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นหารายได้ให้แก่ สถาบันอุดมศึกษาเป็นหลัก
          มาตรา 40 การจัดการเรียนการสอน มีวิธีการที่หลากหลาย ให้มีการ บรรยายเท่าที่จำเป็น และเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้โดย การปฏิบัติงานจริงเป็นหลัก
เน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ การเรียนรู้โดยการปฏิบัติงานจริง เป็นหลัก
          มาตรา 43 สถาบันอุดมศึกษาพึงสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนฯ โดยการ ปฏิบัติงานจริง
สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ องค์กรภาคเอกชนและ ภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจังในการจัดการเรียนการสอนฯ โดยการ ปฏิบัติงานจริง
          มาตรา 44 การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมต้องสอดคล้องกับความต้องการ และความจเป็นของประเทศฯ 
หนดการวิจัยและการสร้าง นวัตกรรมที่สอดคล้องกับความ ต้องการและความจเป็นของ ประเทศฯ
          มาตรา 47 สถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนการแลกเปลี่ยนบุคลากร การจัดตั้ง กลุ่มวิจัยร่วม การแปลงผลงานวิจัยให้เป็นรูปธรรม ระหว่าง สถาบันอุดมศึกษากับภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษาอาจตั้งนิติบุคคลหรือ ร่วมลงทุนกับเอกชนเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนผลการวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ฯ
ปรับระบบการวิจัยและการสร้าง นวัตกรรม ตลอดจนการนไปใช้ ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
          มาตรา 48 สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ในการให้บริการทางวิชาการและ วิชาชีพฯ แก่สังคมภายนอกฯ
มุ่งเน้นบทบาท หน้าที่ในการ ให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพฯ แก่สังคมภายนอกฯ
          มาตรา 49 สถาบันอุดมศึกษาฯ ต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในการพัฒนาพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษานั้นหรือพื้นที่อื่นตามที่ เห็นสมควร
มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนในพื้นที่
          มาตรา 52 มาตรา 53 รมต. เป็นผู้มีอนาจหลักในการกหนดนโยบายฯ  การใช้อนาจของ รมต. ใช้อนาจ ผ่านสภาสถาบันฯ 
ความเข้าใจบทบาทหน้าที่องค์กร ตามกฎหมาย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          มาตรา 57 สถาบันอุดมศึกษาประกอบด้วยองค์กรอย่างน้อยดังนี้ (1) สภา สถาบัน (2) คณะกรรมการบริหารสถาบันฯ (3) คณะผู้บริหารสถาบันฯ (4) สภาวิชาการฯ และให้มี สภาอาจารย์และสภาเจ้าหน้าที่ฯ 
ความเข้าใจบทบาทหน้าที่องค์กร ตามกฎหมาย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          มาตรา 60 การแบ่งส่วนงานในสถาบันอุดมศึกษาอย่างน้อยต้องมี สนักงานสภา สำนักงานสถาบันฯ คณะและวิทยาลัย สถาบัน และ สนัก
ปรับโครงสร้างหน่วยงานภายในและ ทความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ส่วนงานภายใน  
          มาตรา 61 จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถาบันฯ
วางระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในให้สอดคล้องตามที่ กฎหมายกหนด
          มาตรา 62 สถาบันอุดมศึกษาต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนความรู้ ผลงานวิจัย หรือนวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์อย่าง กว้างขวาง และใช้ ในการสร้างผู้ประกอบการใหม่ให้กับประเทศ กหนดมาตรการใดๆ เพื่อ สนับสนุนการดเนินการให้มีผู้ประกอบการใหม่ รวมถึงการตั้งกองทุนด้าน การเงินเพื่อการประกอบธุรกิจใหม่  รวมดเนินการกับผู้ประกอบการ หรือ ดเนินการโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ รายได้จากการ ดังกล่าว ไม่ต้องนส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 
เพิ่มบทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ในการส่งเสรม พัฒนาและให้มี ผู้ประกอบการใหม่ ตลอดจนการ เตรียมการในฐานะผู้ประกอบการ ผู้ ร่วมประการ หรือผู้ร่วมลงทุนกับ ผู้ประกอบการ
          มาตรา 69 ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณให้สถาบันอุดมศึกษาในลักษณะเงิน อุดหนุนทั่วไป โดยให้มีอิสระในการบริหารฯ 
เตรียมวางระบบบริหารงบประมาณ ตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกหนด
          มาตรา 70 รัฐอาจพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่ สถาบันอุดมศึกษาที่สามารถดเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯ ตามกลุ่ม ยุทธศาสตร์สถาบันนั้น และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ 
วางแผนขับเคลื่อนการดเนินงาน ตามกลุ่มยุทธศาสตร์สถาบันให้มี ประสิทธิภาพ เพื่อรับการจัดสรร งบประมาณเพิ่มเติม
          มาตรา 72 ให้สถาบันอุดมศึกษา มีอนาจการจัดหาผลประโยชน์จาก ทรัพย์สินของสถาบันอุดมศึกษานั้น บรรดารายได้และผลประโยชน์ฯ ไม่ เป็นรายได้ที่ต้องนส่งกระทรวงการคลังฯ 
เตรียมระบบการจัดหารายได้และ ผลประโยชน์ของสถาบันอุดมศึกษา
          มาตรา 75 ให้มี “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน สหรับสนับสนุนการพัฒนาการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาฯ 
แสวงหาแนวทางให้สถาบันอุดมศึกษาได้รับประโยชน์ จาก “กองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา”
          มาตรา 79 รมต. มีหน้าที่และอนาจในการกกับดูแล สถาบันอุดมศึกษา ใช้อนาจผ่านสภาสถาบันฯ และเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้ สถาบันอุดมศึกษา ดเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้
ความเข้าใจบทบาทหน้าที่องค์กร ตามกฎหมาย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          มาตรา 82 บทเฉพาะกาล ให้ใช้บังคับกฎหมายที่มีอยู่ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือ แย้งกับ พ.ร.บ. นี้ จนกว่าจะมีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายนี้ แต่ต้องไม่ เกินสองปี
ความเข้าใจ ติดตาม ศึกษาข้อ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในช่วงการ เปลี่ยนผ่านอย่างใกล้ชิด
2.4 พระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ....
ข้อกฎหมาย
ความเชื่อมโยงกับ มจษ.
เหตุผล
          เพื่อให้ภารกิจในการจัดทและบริหารนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย และนวัตกรรมให้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการกกับ ติดตาม ประเมินผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

การดเนินงานด้านการวิจัยและสร้าง นวัตกรรม ต้องดเนินการให้ สอดคล้องตามที่กฎหมายกหนด
          มาตรา 3 ยกเลิก พ.ร.บ.สภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2502 พ.ร.บ.สภาวิจัย แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2507 ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 315 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และคสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 62/2559 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2559
กฎหมายยกเลิกการบังคับใช้
          มาตรา 6 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม พัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ
ศึกษาติดตามและแสวงหาแนวทางให้ สถาบันอุดมศึกษาได้รับประโยชน์ จากการส่งเสริมจากรัฐ
          มาตรา 7 นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมฯ เชื่อมโยง สอดคล้องกับสถานการณ์และปัญหาของประเทศให้เป็นไปในทิศทาง เดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ ฯลฯ 
การดเนินงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมต้องเชื่อมโยงสอดคล้องกับสถานการณ์และปัญหาของประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ ยุทธศาสตร์ชาติ ฯลฯ
          มาตรา 8 เพื่อบูรณาการและขับเคลื่อนระบบวิจัยฯ ให้มีหน่วยงานในระบบ วิจัยและนวัตกรรมดังนี้ หน่วยงานระดับนโยบายฯ หน่วยงานด้านทุนฯ หน่วยงานด้านการทวิจัยฯ และหน่วยงานด้านสนับสนุนการวิจัยฯ 
สถาบันอุดมศึกษาเป็นหน่วยงานด้าน การทวิจัยฯ
          มาตรา 12 ให้มีสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติฯ 
ติดตามนโยบายด้านการวิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ
          มาตรา 15 อนาจหน้าที่ของสภานโยบายวิจัยฯ
มีส่วนในการเสนอความเห็นต่อการ กหนดนโยบายฯ
          มาตรา 20 ให้มีสนักงานรับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการของสภาฯ
ประสานการดเนินงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง
          มาตรา 33 ให้หน่วยงานรัฐที่ขอใช้งบประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยฯ เสนอแผนงานให้สอดคล้องกับนโยบายฯ 
จัดทแผนงานเพื่อรับการสนับสนุน ง[ประมาณวิจัยตามที่กหนด
          มาตรา 34 มิให้นบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ มาบังคับใช้กับ การจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการวิจัยตาม พ.ร.บ.นี้ และให้ ครม. กหนด ระเบียบฯ เป็นการเฉพาะฯ 
ศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการ จัดซื้อจัดจ้าง ด้านการวิจัยและ นวัตกรรมตามที่ ครม.กหนด
          มาตรา 35 ส่งเสริม สนับสนุน สร้างแรงจูงใจ บุคลากรด้านการวิจัยฯ เช่น งบประมาณ ปรับกฎหมาย ระเบียบ ส่งเสริมการทวิจัยร่วมภาคเอกชน ส่งเสริม สนับสนุนให้วิจัยต่างประเทศ แบ่งผลประโยชน์จากการวิจัยฯ ดึง บุคคลที่มิใช่สัญญาชาติไทยมาร่วมวิจัยฯ ส่งเสริมเด็ก เยาวชนที่มีคาม สามารถพิเศษฯ 
เตรียมการบุคลากร สถาบันอุดมศึกษาให้พร้อมในการ วิจัยและปฏิบัติให้สอดคล้องกับ กฎหมายที่เปลี่ยนแปลง
          มาตรา 38 ให้สถาบันอุดมศึกษาให้ข้อมูลการวิจัย และวิทยานิพนธ์ต่อ สนักงานฯ 
เตรียมระบบการจัดเก็บ รวบรวม ข้อมูลการวิจัย และวิทยานิพนธ์ ตามที่กฎหมายกหนด
3. ข้อเสนอแนะเพื่อรองรับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา            
          จากการวิเคราะห์กฎหมาย ความเชื่อมโยงการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีข้อเสนอแนะเพื่อรองรับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดังนี้
          1. มหาวิทยาลัยควรติดตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ในการจัดตั้งกระทรวงฯ อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ส่วนงานนิติกร นเสนอบทสรุป บทวิเคราะห์ และข้อมูลข่าวสาร ต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
          2. มหาวิทยาลัยควรนำยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนปฏิรูปประเทศ ฯลฯ มากกำหนดบทบาท ทิศทางของมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ควรกหนดความเชี่ยวชาญ จุดเน้นของ มหาวิทยาลัยในการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากเจตนาณมณ์ของการ ตั้งกระทรวงใหม่ มีความชัดเจนอย่างยิ่งในการที่จะใช้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นกลไกสคัญใน การขับเคลื่อนประเทศ
          3. มหาวิทยาลัยควรเตรียมการในการปรับโครงสร้างการบริหารงาน หน่วยงานให้สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ที่เอื้อให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการพร้อมทั้งทความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ ของบุคลากรและองค์กรที่เกี่ยวข้องภายในสถาบันตามที่กกฎหมายกหนด
          4. มหาวิทยาลัยควรเตรียมบุคลากรให้มีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงบทบาท หน้าที่ การปฏิบัติงานให้ สอดคล้องกับความมุ่งเน้นของสถาบันในการเป็นอุดมศึกษาตามเจตนารมณ์ของกฎหมายในด้านการ จัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวิจัยและสร้างนวัตกรรม การบริการวิชาการ ฯลฯ
          5. มหาวิทยาลัยควรเตรียมการในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม สถาน ประกอบการในการร่วมพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้าง ผู้ประกอบการ
          6. มหาวิทยาลัยควรเตรียมความพร้อมสหรับบทบาทใหม่ตามที่กฎหมากหนดใเรื่องการสร้าง ผู้ประกอบการ การร่วมลงทุน การวิจัยเพื่อนประโยชน์สู่การพาณิชย์ และการจัดหาทรัพย์สิน รายได้ สิทธิประโยชน์ขอบสถาบันอุดมศึกษา
          7.มหาวิทยาลัยควรศึกษา เตรียมการ การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกกับ
หมายเหตุ
          1. เป็นการวิเคราะห์จากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณายกร่าง กระบวนการรับ ฟังความคิดเห็น ดังนั้นประเด็นข้อกฎหมายอาจมีการเพิ่มเติม ปรับปรุง แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก จึงต้องมี การติดตามและทบทวนแนวทางการดเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่จะบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง
          2. ข้อเสนอแนะเป็นความเห็นจากการพิจารณาข้อกฎหมายตามตัวอักษรเท่านั้น ไม่ได้ผ่านพิจารณาจาก คณะกรรมการ นักกฎหมาย หรือรับฟังความเห็น จากผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน ทำให้อาจตีความข้อกฎหมาย คลาดเคลื่อนไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมายก็เป็นไปได้ ดังนั้นจะใช้เป็นข้อมูลหรือฐานในการอ้างอิงมิได้

กระทรวงใหม่วิจัย-นวัตกรรม เคลื่อนเศรษฐกิจ New S-curve

เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยี-นวัตกรรม ประกอบกับ “วาระปฏิรูป” ที่ถูกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ชูธงเป็น “วาระแห่งชาติ” จึงมีแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 มีมติรับหลักการเพื่อยกเครื่องระบบการศึกษา-การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม สู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
ตอบโจทย์ 10 S-curve เท่าทันโลก
โดยมีหลักการและความจำเป็นต้องแยกการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้สถาบันศึกษาปรับตัวอย่างก้าวกระโดด ผลิตกำลังคนตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรมขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือการเตรียมความพร้อมประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 ตามแนวนโยบาย Thailand 4.0 โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาคน เปลี่ยนกระบวนทัศน์และโมเดลการขับเคลื่อนประเทศ (game changing)
หน้าที่และอำนาจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม คือ การส่งเสริม สนับสนุน และกำกับการอุดมศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก มีความเป็นอิสระในทางวิชาการ วางแผน ส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
“บิ๊กตู่” ประธาน “ซูเปอร์บอร์ด”
โดยมีกลไกการกำกับดูแลและการบริหารงาน ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการระดับชาติ (super board) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดนโยบาย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์
2.คณะกรรมการระดับกระทรวง แบ่งออกเป็นคณะกรรมการการอุดมศึกษา และคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนนโยบายของคณะกรรมการระดับชาติไปสู่การปฏิบัติ
ดำเนินภารกิจ 2 กลุ่มภารกิจ ได้แก่ กลุ่มภารกิจที่ 1 กลุ่มนโยบายและจัดสรรทุน เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์ วางแผนอนาคต ทำแผนแม่บทอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัย นวัตกรรมและการพัฒนากำลังคน จัดทำแผนการลงทุนและจัดสรรทุนวิจัย
ผลิตบัณฑิต-สร้างศักยภาพผู้ประกอบการ
กลุ่มภารกิจที่ 2 กลุ่มปฏิบัติการ แบ่งออกเป็นด้านการอุดมศึกษา บทบาทหลัก การผลิตบัณฑิตศึกษาหรือสูงกว่า และบุคลากรวิจัยที่ตรงกับความต้องการของตลาด และสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่ศตวรรษที่ 21ทำการวิจัยในระดับต่าง ๆ อาทิ การวิจัยพื้นฐาน รวมทั้งดำเนินงานวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาสังคม
ตั้ง สนง.วิจัยสังคม-มนุษยศาสตร์
สำหรับโครงสร้างกระทรวง ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ (เปลี่ยนสถานะเป็นองค์การมหาชน ภายใน 3 ปี) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (โอนไปสังกัดกระทรวงอื่นที่เหมาะสม ภายใน 3 ปี) และสำนักงานส่งเสริมการวิจัยสังคมและมนุษยศาสตร์ (ส่วนราชการจัดตั้งใหม่ ก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นองค์การมหาชน ภายใน 3 ปี)
โดยจะมีการปรับปรุงหน้าที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยให้เป็นองค์กรจัดสรรเงินทุนด้านอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมปรับบทบาทภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ให้ทำหน้าที่เป็นคลังสมอง (think tank) ศึกษารูปแบบที่เหมาะสมขององค์การมหาชนที่เกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรมในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (National S&T Infrastructure) ภายใน 3 ปี
ควบรวมมหาวิทยาลัย 157-สถาบันวิจัย 13 แห่ง
ทั้งนี้ จะมีการปรับรวมหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเข้ามารวมอยู่ในสังกัดกระทรวง ประกอบด้วย สถาบันอุดมศึกษา 157 แห่ง แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ 10 แห่ง มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 26 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 73 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง วิทยาลัยชุมชน 1 แห่ง และองค์การมหาชน 11 แห่ง เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) เป็นต้น
นอกจากนี้ มีรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
ไทม์ไลน์กระทรวงใหม่
แผนการดำเนินการจัดตั้งกระทรวง แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในเดือนพฤศจิกายน 2561
ระยะที่ 2 วางระบบ พัฒนากระบวนงานและจัดโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและอัตรากำลัง ภายในเดือนมกราคม 2562 โดยจะเห็นเป็นรูปธรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ระยะที่ 3 ปรับโครงสร้างส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี
Early retirement รับองค์การมหาชน
คณะกรรมการระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานควรมีองค์ประกอบของคณะกรรมการเป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิเท่าที่จำเป็น และควรให้มีกรรมการเต็มเวลา การบริหารจัดการส่วนราชการที่อาจแปรสภาพเป็นองค์การมหาชนในอนาคต อาจมีเหตุผลสำคัญที่จะต้องรอเวลาให้ข้าราชการบางส่วนทยอยเกษียณอายุ ดังนั้น ควรนำระบบการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (early retirement) มาใช้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์