ชุมชนสินธร...

บทที่ 2
แนวคิด และทฤษฎีพื้นฐาน
          แนวคิด และทฤษฎีพื้นฐานในการวิจัยและการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนหมู่บ้าน ได้แก่

1. ทฤษฎีองค์รวมระลอก (A Whole - System Holistic Process Wave)

          ทฤษฏีนี้มีแนวคิดว่า กลไกเชิงโครงสร้างของสสารทุกชนิดต่างมีสหสัมพันธ์กัน อธิบาย
ได้ว่ากลไกโครงสร้างทางสังคมทุกระดับ คือตั้งแต่ระดับเล็กที่สุดจนไปถึงระดับใหญ่ที่สุด จะมีความสัมพันธ์ที่เป็นผลกระทบต่อกันทั้งในด้านบวกและลบ โครงสร้างทางสังคมที่กล่าวถึงนี้ ได้แก่ ชุมชนระดับท้องถิ่น ชุมชนในระดับจังหวัด และชุมชนประชาชาติ

          จากแนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่าในการพัฒนาสังคมนั้นหากต้องการที่จะให้เกิดยั่งยืนแล้ว จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างทางสังคมระดับรากหญ้าให้เข้มแข็งก่อน โครงสร้างทางสังคมระดับรากหญ้าในที่นี้หมายถึง ชุมชนระดับท้องถิ่น (Local) ซึ่งเป็นประชาคมระดับฐานรากมีพลังอำนาจในการอธิบายชี้บอกถึงศักยภาพของความเป็นตัวตนได้ ดังนั้นหากชุมชนในระดับฐานรากมีความเข้มแข็งก็จะส่งผลให้โครงสร้างทางสังคมที่อยู่ใกล้ชิดกันคือ ระดับอำเภอ (District) เกิดความเข้มแข็งด้วย เมื่อชุมชนระดับอำเภอเกิดความเข้มแข็ง ก็จะส่งผลลัพธ์นี้ต่อไปยังระดับจังหวัด (Province) และเมื่อชุมชนระดับจังหวัดมีความเข้มแข็ง ก็จะส่งผลไปยังชุมชนระดับใหญ่ที่สุด คือ ชุมชนประชาชาติ (National) ทำให้ชุมชนประชาชาติมีความเข้มแข็งเช่นเดียวกัน อุปมาเหมือนกับการโยนก้อนหินลงในสระน้ำย่อมจะเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมจากวงแคบขยายเป็นวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ฉันใดก็ฉันนั้น หากชุมชนในระดับฐานรากมีความเข้มแข็งแล้วก็ย่อมส่งผลให้ในชุมชนระดับยอดมีความเข้มแข็งไปด้วย

2. ทฤษฎีสัมพันธภาพเชิงกระบวนการ

          สมเจตนา มนีโมไนย (2537 : 15) กล่าวว่าธรรมชาติ ระบบนิเวศ เป็นระบบของความ
สัมพันธ์อันซับซ้อนของสรรพสิ่ง เช่น พืช สัตว์ น้ำ อากาศ ดิน ป่าเขา ท้องทะเล ต่างล้วนก็พึ่งพิงกันอย่างใกล้ชิด ทำหน้าที่สอดคล้องเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่จนมีดุลยภาพทั้งระบบ จากคำกล่าวนี้ ชี้ให้เห็นว่าการที่จะศึกษาสิ่งต่างๆ ในธรรมชาตินั้นควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งต่าง ๆ ด้วย นั่นคือ ให้คำนึงถึงการศึกษาสัมพันธภาพเชิงกระบวนการ

          ทฤษฎีสัมพันธภาพเชิงกระบวนการมีที่มาจากแนวความคิดของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเป็นหลักการของฟิสิกส์แนวใหม่ ที่นำมาอธิบาย "สสารสังคม" ว่า สสารทั้งหลายจะประกอบขึ้นจากองค์รวมที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ มีความเคลื่อนไหวในตัวเองและมีปฎิสัมพันธ์กันและกัน ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่า กลไกเชิงโครงสร้างของสังคมทุกส่วนที่เป็นกายภาวะ และจิตภาวะ ทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ประเทศ และโลกต่างก็ยึดโยงร้อยรัดกันเป็นระบบที่แยกออกจากกันไม่ได้

3. ทฤษฎีชุมชน และชุมชนเข้มแข็ง เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดกรอบความคิด
          ในการวิเคราะห์และอธิบายถึงชุมชนเข้มแข็งว่า ในเบื้องต้นผู้ศึกษาควรจะรู้ถึงการจำแนกความหมายของคำว่า "ชุมชน" จากมุมมองที่แตกต่างกันก่อนซึ่งในที่นี้สรุปได้ว่า ชุมชนแยกเป็น 4 ประเภทใหญ่ คือ
1 ชุมชนหมู่บ้านในฐานะที่เป็นหน่วยของการปกครอง
2 ชุมชนในฐานะที่เป็นขบวนการทางสังคม
3 ชุมชนแนวมนุษยนิยม
4 ชุมชนรูปแบบใหม่ในฐานะที่เป็นชุมชนเสมือนจริง

          เมื่อทราบถึงประเภทของชุมชนแล้วจึงกำหนดกรอบความคิด การวิเคราะห์เพื่อนำอธิบายถึงรูปแบบและปัจจัยของชุมชนเข้มแข็งต่อไป.

4. ทฤษฎีใหม่ภายใต้กรอบแนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่นี้เป็นทฤษฎีตาม
แนวพระราชดำริขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงแนะนำให้พสกนิกรของพระองค์จงอยู่กินอย่างพอเพียง แนวคิดนี้คือสภาพความเป็นอยู่ของคนไทยมานานหลายร้อยปีแล้วก่อนที่จะถึงยุคอุตสาหกรรมนำชาติ ซึ่งทำให้ประเทศไทยประสบกับความล้มละลายทางเศรษฐกิจมาจนถึงทุกวันนี้ ทฤษฎีใหม่ประกอบด้วย ขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ
1. ให้เกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินขนาดเล็กภายใต้การบริหารจัดการตามสูตร 30:30:30:10
2. หลังจากที่เกษตรกรดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 จนได้ผลแล้วจะต้องรวมตัวกันในรูปของกลุ่มหรือสหกรณ์ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน
3. ร่วมมือกับแหล่งเงินและแหล่งพลังงาน จัดตั้งโรงสี สหกรณ์ ร่วมลงทุน และพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมกับตัวเอง คือไม่ทำเกินตัวพอมีพอกินพึ่งพาตังเองได้ภายใต้ข้อจำกัดด้านการผลิตของครอบครัว

5. ทฤษฎีรอยต่อระหว่างชุมชนจริงกับชุมชนเสมือนจริง ชุมชนในที่นี้ หมายถึง ชุมชนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในฐานะใดฐานะหนึ่งของชุมชน 4 ประเภท           
          
ตามที่กล่าวถึงมาแล้วในทฤษฎีชุมชนเข้มแข็ง (ข้อ 3) ชุมชนเหล่านี้ตกอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำจากปัจจัยและกระแสที่มาจากภายนอก คือ กระแสโลกาภิวัตน์ ที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าในแทบทุกด้าน ชุมชนท้องถิ่นจึงต้องอยู่ในฐานะ "ตั้งรับ" เรื่อยมา แต่ในปัจจุบันนี้ชุมชนท้องถิ่นส่วนใหญ่ได้พยายามทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาคนจากตะวันตกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องและไม่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนตะวันออก ดังนั้นจึงทำให้เกิดแนวความคิดรอยต่อระหว่างชุมชนจริง คือ ท้องถิ่นไทย กับชุมชนเสมือนจริงที่พันธภาพระหว่างคนกับงาน คนกับชุมชน ชุมชนกับชุมชน ต้องเป็นไปภายใต้ข้อกำหนดของเครื่องมือในการสื่อสาร

          แต่อย่างไรก็ตามมีตัวบ่งชี้บางประการที่แสดงให้เห็นว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนากับประเทศที่พัฒนาแล้วว่า ประเทศที่กำลังพัฒนาจำเป็นที่จะต้องพึ่งพิงประเทศที่พัฒนาแล้วในหลายกรณี ซึ่งเป็นในกรณีใดบ้างนั้น สำหรับชุมชนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของตนเองควรจะมีกระบวนการเฟ้นสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อมิให้ประเทศตกอยู่ในข้อบังคับขององค์กรโลกาภิบาล (IMF World Bank United / Vation ฯลฯ) โดยไม่มีที่สิ้นสุด

          จากแนวคิดของทฤษฎีทั้ง 5 ทฤษฎีที่กล่าวมาแล้วนั้นคณะผู้วิจัยได้นำมาเป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินการศึกษาและเก็บข้อมูลชุมชน คือ ต้องพยายามเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมสภาพของชุมชนในทุกด้านด้วย เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของโครงสร้างต่าง ๆ ของชุมชนอันเป็นปัจจัยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันในการเสริมสร้างความเป็น "ชุมชนเข้มแข็ง"

 




 

ประวัติศูนย์

โครงสร้างการบริหาร
ข้อมูลชุมชน
งานวิจัยชุมชน
งานฝึกอบรม
งานติดตามและประเมินผล
กองทุนหมู่บ้าน
บุคลากร
ผู้จัดทำ
Home